วิธีคำนวณและปรับ ‘ค่า TDEE’ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์เพื่อเบิร์นไขมันแบบไม่โยโย่”

การคำนวณและปรับ TDEE (Total Daily Energy Expenditure) หรือพลังงานที่ร่างกายใช้ทั้งหมดในแต่ละวัน ถือเป็น “คัมภีร์ผอมยั่งยืน” ในฝันของใครหลายคนครับ เพราะถ้าเราเข้าใจตัวเลขนี้ เราจะสามารถลดไขมันได้โดยไม่ต้องอดอาหารจนระบบเผาผลาญพัง และไม่ต้องเสี่ยงกับโยโย่เอฟเฟกต์เลย

สเต็ปที่ 1: หาค่า BMR (พลังงานขั้นต่ำที่ใช้ประทังชีวิต)

  • ผู้ชาย : BMR =  (10 x น้ำหนักเป็น KG) + (6.25 x ส่วนสูงเป็น CM) – (5 x อายุเป็นปี) +5
  • ผู้ชาย : BMR =  (10 x น้ำหนักเป็น KG) + (6.25 x ส่วนสูงเป็น CM) – (5 x อายุเป็นปี) -161

สเต็ปที่ 2: คำนวณ TDEE ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์จริง

เมื่อได้ BMR แล้ว ให้นำมาคูณกับ “ค่ากิจกรรมประจำวัน” (Activity Factor) เพื่อออกออกมาเป็นค่า TDEE ดังนี้ครับ:

ไลฟ์สไตล์และการออกกำลังกาย

สูตรคำนวณ TDEE

เหมาะกับใคร?

นั่งทำงานนิ่งๆ อยู่กับที่ (Sedentary)

BMR x 1.2

พนักงานออฟฟิศ นั่งหน้าคอมทั้งวัน แทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย

ออกกำลังกายเบาๆ (Lightly Active)

BMR x 1.375

เดินบ่อย ทำงานบ้าน หรือออกกำลังกายสัปดาห์ละ 1-3 วัน

ออกกำลังกายปานกลาง (Moderately Active)

BMR x 1.55

เข้ายิม คาร์ดิโอ หรือเวทเทรนนิ่งอย่างจริงจังสัปดาห์ละ 3-5 วัน

ออกกำลังกายหนัก (Very Active)

BMR x 1.725

เล่นกีฬาทุกวัน หรือทำงานที่ต้องใช้แรงงานหนักสัปดาห์ละ 6-7 วัน

สเต็ปที่ 3: ปรับแคลอรีเพื่อ "เบิร์นไขมันแบบไม่โยโย่"

เมื่อได้ค่า TDEE แล้ว หากเป้าหมายของคุณคือการ ลดไขมัน ให้ใช้สูตร Calorie Deficit (กินน้อยกว่าที่ใช้) แบบปลอดภัย

  • สูตรผอมยั่งยืน: ให้กินอาหารที่ $\text{TDEE} – (15\% \text{ ถึง } 20\%)$ หรือลดลงมาประมาณ 300–500 แคลอรีจากค่า TDEE
  • ตัวอย่าง: ถ้า TDEE ของคุณคือ 2,000 แคลอรี พลังงานที่คุณควรได้รับต่อวันเพื่อลดไขมันคือ 1,600–1,700 แคลอรี
  • ❌ ห้ามทำเด็ดขาด: การกินต่ำกว่าค่า BMR (เช่น BMR อยู่ที่ 1,200 แต่กินแค่วันละ 800 แคลอรี) เพราะสมองจะคิดว่าคุณกำลังอยู่ท่ามกลาง “ภัยแล้ง/ขาดแคลนอาหาร” ร่างกายจะสับสวิตช์เข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานทันที ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของการ “ระบบเผาผลาญพัง และโยโย่เอฟเฟกต์” เมื่อคุณกลับมากินเท่าเดิม

สเต็ปที่ 4: การจัดสัดส่วนสารอาหาร (Macros) เพื่อรักษากล้ามเนื้อ

การกินน้อยลงแต่แคลอรีนั้นมาจากชานมไข่มุกหรือของทอด แม้น้ำหนักจะลดแต่สิ่งที่หายไปจะเป็น “กล้ามเนื้อ” ไม่ใช่ไขมัน ทำให้หุ่นดูย้วย (Skinny Fat) ดังนั้น แคลอรีที่กินเข้าไปควรจัดสัดส่วนดังนี้:

  1. โปรตีนต้องถึง: กินโปรตีนให้ได้ 1.5–2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพื่อซ่อมแซมและล็อกมวลกล้ามเนื้อไม่ให้หายไป (เพราะกล้ามเนื้อคือเตาเผาไขมันชั้นดี)
  2. ไขมันดีห้ามขาด: กินไขมันดี (น้ำมันมะกอก, อะโวคาโด, ถั่ว) ประมาณ 20–25% ของแคลอรีทั้งหมด เพื่อรักษาสมดุลฮอร์โมน
  3. คาร์โบไฮเดรตสายเติมพลัง: เติมส่วนที่เหลือด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (ข้าวกล้อง, ขนมปังโฮลวีต) เพื่อให้มีแรงไปออกกำลังกาย

สเต็ปที่ 5: ปรับค่า TDEE ใหม่ทุกๆ 4-6 สัปดาห์

เมื่อน้ำหนักตัวของคุณเริ่มลดลง ร่างกายมีขนาดเล็กลง ค่า BMR และ TDEE ของคุณจะ ลดลงตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ

หากคุณลดน้ำหนักไปได้สัก 3-4 กิโลกรัมแล้วเกิดอาการ “น้ำหนักนิ่ง” (Weight Loss Plateau) ไม่ต้องตกใจครับ นั่นไม่ใช่โยโย่ แต่เป็นเพราะร่างกายใช้พลังงานน้อยลงแล้ว ให้คุณนำน้ำหนักตัวใหม่มาเข้าสูตรคำนวณสเต็ปที่ 1-3 อีกครั้ง เพื่อปรับลดแคลอรีให้สอดคล้องกับร่างใหม่ แค่นี้ไขมันก็จะถูกเบิร์นออกไปเรื่อยๆ อย่างปลอดภัยและถาวรแล้วครับ

แนะนำแพลตฟอร์มเกมเดิมพันครบวงจร มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

ขอแนะนำแพลตฟอร์ม เคยู (Kubet) ครับที่นี่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงาน PAGCOR ซึ่งเป็นหน่วยงานอันดับ 1 ของฝั่งทวีปเอเชียครับ

มีคอมมูคนไทยเยอะมาก และมีเกมเดิมพันครบทุกอย่าง เรียกว่าครบวงจร ทั้งตัวเกม และการไลฟ์สด รวมถึงมีกีฬา และ ลอตเตอรี่ให้เลือกอย่างอิสระครับ

  • Kubet : มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
  • มีเกมเดิมพันครบวงจร ทั้งตัวเกม และ ไลฟ์สด
  • มีเกมกีฬาให้เลือกเล่นอย่างอิสระ
  • ชมถ่ายทอดสดกีฬาฟรีสำหรับสมาชิก
  • มีลอตเตอรี่ให้เลือกสรรมากกว่า 10 แบบ
  • มีภาษาไทย
วิธีคำนวณและปรับ ‘ค่า TDEE’ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์เพื่อเบิร์นไขมันแบบไม่โยโย่”
Scroll to top